"บิ๊กโฉ" มองตลาดรถใหม่-รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กปีระกา ยังไปได้ (B1254 สกู๊ปพิเศษ มิสเตอร์เฮา 13-19 ก.พ. 2560)

"บิ๊กโฉ" มองตลาดรถใหม่-รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กปีระกา ยังไปได้

B1254 สกู๊ปพิเศษ มิสเตอร์เฮา 13-19 ก.พ. 2560

B1254

สกู๊ปพิเศษ มิสเตอร์เฮา วรายุภัสร์ (ชื่อเดิม วีรพงษ์) อัสดรธีรยุทธ์ ฉบับB1254 ประจำวันที่ 13-19 ก.พ. 2560

"บิ๊กโฉ" มองตลาดรถใหม่-รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กปีระกาไปได้

"บิ๊กโฉ" สาโรช เกียรติเฟื่องฟู ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวถึงตลาดรถยนต์ไทยปี 2560 นี้ว่ามองเป็นเรื่องบวก และมองย้อนไปดูสถิติในช่วงประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาจากตัวเลขที่เคยจำหน่ายได้ประมาณ 1.4 ล้านคัน ปรับลดลงมาเหลือประมาณ 1.3 ล้าน เหลือ 8 แสนกว่าคัน และประมาณตัวเลข 7.7 แสนคันในปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าตัวเลขยอดจำหน่ายรถใหม่นั้นเริ่มค่อยๆ กลับขึ้นมา

"จริงๆ แล้วตัวเลขของเดือนธันวาคม 2559 นั้นน่าจะดีกว่านี้ หรือถือว่ายังไม่ดีเท่าใด แต่มันมีตัวเลขบางอย่างน่าสนใจ ตลาดรถใหม่เริ่มกลับเข้าสู่รูปแบบปกติ และเราเห็นเทรนด์ค่อนข้างชัดเจนว่าจะออกมาประมาณแนวนี้ คือ ยอดจำหน่าย 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นยอดจำหน่ายรถกระบะ และอีก 40-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นยอดจำหน่ายรถเก๋ง โดยมองเห็นแนวโน้มประมาณนี้ อีกทั้งอีโค คาร์ ตีไปเลยเดือนละ 1 หมื่นคัน ปีละ 1.2 แสนคัน" "บิ๊กโฉ" สาโรช เผย

"บิ๊กสาโรช" ระบุต่อว่าความต้องการรถขนาดเล็กจะมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมองว่าในเขตกรุงเทพฯ ในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้จะมีการก่อสร้างถนนหนทางกันอย่างเรียกว่าตลอด 2-3 ปี ซึ่งแน่นอนว่ารถจะติดหนักมาก ดังนั้น ลูกค้าอาจจะหันมาซื้อหาเป็นรถขนาดเล็กใช้งานเพิ่มขึ้น

"อีกทั้งเทรนด์รถไฟฟ้าขนาดเล็ก 2-4 ที่นั่งกำลังจะมา และน่าจะมีการประกาศให้ทราบกันในช่วงกลางๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ ซึ่งโดยส่วนตัวได้มีโอกาสร่วมทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานเก่าในวงการยานยนต์ และได้รับทราบถึงแนวโน้มในเรื่องนี้ที่ว่ารถไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะสามารถจดทะเบียนของขนส่งให้วิ่งบนท้องถนนได้ และให้ลดขนาดมอเตอร์ลง ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าในปีนี้ เราอาจจะเห็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่จดทะเบียนและสามารถวิ่งบนถนนได้เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่รถกอล์ฟ แต่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นตัวแปรที่น่าสนใจ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องภาษีทำให้รถไฟฟ้าขนาดเล็กมีราคาถูก" กูรูด้านยานยนต์ไทย ระบุ

"บิ๊กโฉ" กล่าวเพิ่มเติมว่าอันนี้เป็นเทรนด์ที่อยากให้จับตาดู แม้ว่าจะมีติดปัญหาหลักๆ อยู่ 2 เรื่องที่เป็นตัวแปร ได้แก่ เรื่องการชาร์ทไฟครั้งหนึ่งจะวิ่งได้นานเท่าใด และรูปแบบการใช้งาน ซึ่งคงไม่ซื้อรถไฟฟ้าคันเดียวและใช้งานทั่วประเทศ แต่ตรงนี้มองเห็นได้ว่าเป็นสัญญาณทางบวก และกลายเป็นเซ็กเม้นท์ใหม่เลยทีเดียว เจาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถสำหรับขับขี่ภายในเมือง เป็นการใช้งานในระยะสั้นๆ ของคนทำงานที่ใช้เดินทางไปกลับเป็นต้น ตรงนี้มันเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแล้ว และประมาณกลางๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้น่าจะมีการประกาศเป็นเรื่องเป็นราว และผู้ขับขี่คงจะได้เห็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กวิ่งอยู่บนท้องถนนเมืองไทยเพิ่มขึ้น

"ตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กในเมืองไทยนั้นจะทำให้เกิดอาการเหมือนกับได้น้ำใหม่ เป็นอะไรที่น่าสนใจ โดยคนส่วนใหญ่มักมองว่าตลาดรถไฟฟ้าเกิดยาก และติดในเรื่องใหญ่ๆ คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องกฎหมาย หรือบางบริษัทฯ รถอาจจะมองว่าตลาดรถไฮบริดน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครมองถูกหรือผิด แต่รถยนต์ไฟฟ้าต้องพิสูจน์ตัวเองว่าวิ่งได้ในระยะทางที่เป็นไปตามที่ประชาสัมพันธ์เอาไว้หรือไม่ รวมถึงระบบป้องกันอุบัติเหตุ และระบบการควบคุมการใช้งานต่างๆ ซึ่งระหว่างทางที่รอนี้ ทางเลือกสำหรับผู้ขับขี่ที่นิยมและชื่นชอบรถไฮบริดก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด สรุปคือทั้ง 2 อย่างมีข้อดีหมด เพียงแต่ว่าจะหยิบยกด้านใดมาพูดคุยกันเท่านั้น" กูรูด้านยานยนต์ไทย กล่าว

"พี่โฉ" สาโรช กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่าวัฏจักรของตลาดรถใหม่น่าจะกลับมาดีสำหรับปี 2560 นี้ แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาในเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และตลาดของคนที่จะซื้อรถใหม่และนำรถคันเก่ามาขายด้วยว่าเป็นอย่างใด และยินยอมหรือตัดใจยอมขายรถเก่าได้หรือไม่ ขณะเดียวกันต้องมานั่งดูถึงตลาดรถมือสองด้วยว่าจะเคลียร์ปัญหารถล้นตลาดได้อย่างใด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจ และตลาดรถยนต์เช่นกัน ซึ่งถ้าปล่อยกู้ยากตลาดรถใหม่ก็เกิดยาก หรือถ้าขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ตลาดรถมือสองอาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อรถมือหนึ่งที่จ่ายดอกเบี้ยถูกกว่า และได้รถใหม่ในที่สุด